วันอังคารที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2557

ของกินแบบสบายๆที่สิงคโปร์ (2)

ตอน meepole เพิ่งเดินออกจากสนามบินเห็น  cable car จอดอยู่มีโฆษณาที่ท่องเที่ยวน่ารักสดใสดี

(ต่อ) ตอนเดินใน China town อยู่ดีๆ ไม่มีปี่ขลุ่ยบรรเลงก่อน ฝนก็โครมตกลงมา โชคดีที่ร้านแถบนั้นมีลักษณะเป็นแบบเวิ้งหลังคาคลุมตลอดทางเดินก็เลยยังเดินได้ แต่ก็ไม่สะดวกเพราะเดินถึงถนนซอยก็ต้องผ่านฝนไม่มีหลังคา เจอเด็กฝรั่งอายุ ประมาณ 10 ขวบยืนถือร่ม เธอพาเราข้ามถนนเล็กๆไป

เดินผ่านหน้าร้านเล็กๆ ขายซาลาเปา กาแฟ และก็ของกินน่ารักในกระปุกแบบนี้ ไว้กินกะน้ำชากาแฟ เห็นคนขายมองหน้า meepole แบบแปลกๆ (ไม่เอ็นดู) เลยไม่ถามอะไรเขา

เดินกลับทางเดิมเริ่มหิวเลยแวะร้านริมทางเป็นร้านอาหารเจ อาหารตามสั่ง แบบมีรูปให้เลือก มีราคากำกับไว้ ราคาประมาณ 4.5-10 SGD

 นี่ชามใหญ่มาก  5.8 SGD (ตอนถือมาเสริฟ์แอบขำกะlink ว่าชามเหมือนชามที่ใส่อาหารเด็กๆบ้านเราเลย หุหุ) แต่link กินจนหมด
 
 ของmeepole ราดหน้าหมี่กรอบ ราดจนแฉะไม่กรอบแล้ว  4.5 SGD ถ้าไม่หิวก็ไม่กิน แต่ก็ใช้ได้นะ เพราะตัวที่เป็นหมี่กึนเจของเขาไม่มีกลิ่นสาปแบบบางอย่างในบ้านเรา
 
 นี่รังนก 8.5 SGD
 
บน : ซ้าย รูปรายชื่อขนมเยอะมาก มี 2 ด้าน  
ขวา นี่คือ soursop ที่สั่งมากิน อร่อยสุดๆ
           

 นี่เป็นความบังเอิญที่เดินผ่านเห็นคนกินเต็มร้าน 2 ห้อง มีล้นมาที่โต๊ะบนทางเิน และมียืนรอคิว ก็ถ่ายรูปไว้ เพราะไม่อยากรอคิว ตอนแวะกินอาหารเจ ก็ไปนั่งโต๊ะเดียวกับคนท้องถิ่นที่เป็นมิตรเขาชวนคุยดีมาก บอกเล่าแนะทุกอย่างกระทั่งร้านขนมนี้ พอกลับมา คนยืนคิวไม่มีเพราะค่ำแล้ว เลยลองเข้าไปนั่ง เขาเอารายการมาให้ อ่านชื่อรู้เรื่องหมด ยกเว้นรายการนี้ไม่รู้ว่าเป็นอะไร เขาอธิบายก็บอกว่าผลไม้ของเขาเอาก็เอาอยากรู้ ปรากฎว่าพอเห็นก็ร้องอ๋อ..soursop คือทุเรียนเทศ ไทยเราไม่เอามาปรุงทำอะไร นี่อร่อยมากยากจะบรรบายต้องไปทานเอง ขากลับลองหาซื้อน้ำกระป๋อง soursop ก็มีด้วย ไม่รู้ที่ไทยมีเข้ามาหรือยัง จะลองหาดูที่กทม. ถ้ามีเวลาไป
 
เดินทะลุ somerset 313 ไปอีกด้านถนน ปรากฎว่าแปลกใจอีก เจอคิวยาวมากอีก เลยแวะดูเพราะอยากรู้ว่าวัยรุ่นที่นี่เขากำลังนิยมอะไร..เป็น popcorn ที่มีสารพัดรสชาติและสารพัดคลุก เช่น กับถั่ว แอลมอนด์ และ nut อื่นๆ ราคาแล้วแต่ขนาดแก้วสวยๆที่เห็น แต่ตั้งแต่ 10 SGD ขึ้นไป ไอหยา!!
 
 
มื้อเย็นของอีกวัน มาเดินเฉียด orchard ที่นักท่องเที่ยวชอบมา shopping มาเพื่อซื้อรองเท้าแตะให้ท่านเจ้าคุณชูชาติ ที่ทำรองเท้าหาย ก็ได้แวะกินอาหารเกาหลี และญี่ปุ่นที่ติดกัน ราคาเหมือนไทย  5-8 SGD
 
 
 
บน ล่าง นี่เป็นร้านที่ซื้อของเขาแล้วและแบบชื่นชม packing ของเขามารู้ทีหลังว่าเป็นร้านขึ้นชื่อ ก็ happy นะ อร่อยดี ที่ชอบเพราะมีกุ้งและปลาด้วย
 
ข้างล่างนี่เป็นขนมของโรงแรม ราคาแพงแต่ความที่สนใจอยากรู้เพราะเขาจะทำทีละไม่กี่อันแล้วตั้งไว้ ที่สนใจคือรสชาติเป็นยังไง ที่เขากำลังโรยคือถ้่วตำจืดๆ จริงๆจะใส่รสชาติหน่อยจะดี มาก ก็ลองซื้อชิ้นละ 2 SGD
ทำเสร็จตั้งรอแบบนี้ จริงๆดูน่ากินเพราะแสงไฟมากกว่า
 
ข้างล่างชิ้นเล็กๆนี่เป็นวุ้น และขนมแป้งเหนียวๆ ชิ้นละ 1 SGD ทุกอย่าง เชื่อว่าบ้านเราอร่อยกว่าเลยไม่ลอง หุหุ
 
 
 
 นี่เจอที่สนามบินตอนขาออก เดินหาที่ฉันเพลให้พระท่าน พอท่านฉันเราก็ออกเดินสำรวจใกล้ๆ เจอร้านนี่ชอบอีก หุหุ ชอบที่เขาใช้ใบตองแทนพลาสติกหรือ aluminium foil  ของไทยเราถ้าขึ้นร้านหรู ก็ไม่มีใบตอง ร้านที่เห็นข้างล่างนี่ล่ะ ซื้อไปหลายอย่างเห็นอะไรก็ชอบกินไปหมด เลยอ้วนเอาๆ

 
 
 
บน นี่ก็เป็นข้อสังเกตุที่ meepole เห็นคือตั้งแต่ในเมืองจนถึงร้านในสนามบินก็จะมีขนมที่สอดไส้สัปรดกวน ในภาชนะสวยๆ และกระทั่งเป็นปี๊บก็มี ชุดนี้ก็เหมือนกัน pineapple ล้วนๆ

แถมที่ร้าน bread talk (อันนี้นอกสนามบิน) มีขนมปังที่ใช้ใบจากที่เราใช้ห่อขนมจากรองก้นขนมปัง ของเราในไทยใช้ ?? รอง รู้สึกดีนะที่ทำให้รู้สึกว่ายังเอาของธรรมชาติมาใช้ไม่ละเลย ไม่ว่าจะ feel green หรือไม่ แต่ก็ feel good :)

 




วันจันทร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2557

meepole ไปเดินสิงคโปร์ (1)

 
การไปสิงคโปร์ครั้งนี้เป็นการไปที่สบายๆ ไม่เหมือนครั้งอื่นที่ไปที่ต้องไปบรรยาย หรือไปเสนองานวิจัย หรือไปคุยวางแผนงานวิจัย ครั้งนี้มีเป้าไปเพื่องานบุญตามคณะของพระอาจารย์ ไปร่วมพิธีเปิดอาคารใหม่ของวัดอนันตเมตตรัย และมีงานที่ได้รับมอบหมายพิเศษ ทำให้ไม่คิดจะไปเที่ยวที่ๆนักท่องเที่ยวจะต้องไปกัน เลยไม่ได้เข้มงวดเวลา และปล่อยให้การไปเป็นไปตามเวลาที่เหลือจากงานที่ต้องทำ จึงได้มีเดินทางโดยรถประจำทางของที่นั่น meepole ไปพักที่ Copthorne King's Hotel ก็ Ok ดี จองแบบ online 
และครั้งนี้ meepole ตั้งความหวังว่าจะเจอไอรีนและหลานสาวของเธอ ที่ครั้งนั้นเมื่อนานพอควรตอนเราไปสิงค์โปร์ครั้งแรก เธอมารับเราไปส่งที่มหาวิทยาลัยทุกเช้า (ตอนกลับกลับเองเพราะเวลาไม่แน่นอน) ตอนค่ำเธอจะมารับไปสวดมนต์ที่วัดอนันตเมตยารามแห่งนี้ทุกวัน คิดถึงเธอจึงตั้งใจจะ surprise  เพราะคิดว่าเธอต้องมาร่วมงาน


รวบลัดตัดความเมื่อเสร็จจากกิจของวัดเรียบร้อย meepole กับ link ก็กางแผนที่ที่ได้จากสนามบิน ออกศึกษาวางแผนว่าจะไปใหนที่ไกล้ๆ วันแรกก็เลยไป China town ซึ่งห่างจากที่พัก 15 นาทีหากเดิน หรือรถเมล์สาย 51 ก็สองป้าย ก็ไปรถเมล์ ลงเดินดูรอบๆ ตามที่เดินได้ ไม่มีเป้าหมาย ก็ด้วยความบังเอิญไปเจอร้านขายพวกกุนเชียง BBQ กุ้ง ปลา หมู เราก็เลือกซื้อกุ้งและปลา โดยไม่รู้อะไรนอกจากดูว่าน่าทาน มารู้ทีหลังจากคนที่นั้นว่าร้านนี้เป็นร้านที่ช่วงเทศกาลคิวจะยาวออกมาถึงนอกถนน อร่อย คุณภาพดี

เดินดูของเรื่อยๆ มีร้านที่ขายของเตรียมตรุษจีนสีแดงตาลายไปหมด ของราคาแพงกว่าไทย 2-3 เท่าทุกอย่าง ง่ายๆไข่ต้มฟองละ 18 บาท ที่นี่แปลก (เท่าที่เห็น) เวลาขายจะขายเป็นชุด เช่น รองเท้าซื้อ 2 คู่ ราคา... เสื้อ 3 ตัวราคา..วัส่วนวันที่สองไปเดินแถวcenterpoint เพราะท่านเจ้าคณะจังหวัดลืมรองเท้าที่วัด ในคืนแรกที่ไปสวด ก็หายไป เราเลยไปซื้อรองเท้าแตะถวาย ก็ทำให้มีเป้าของการเดิน เพราะไม่ได้คิดจะไปซื้ออะไรเลย ชีวิตก็มีของเกินพอแล้ว เหลือแต่ตอนนี้พยายามตัดออก เอาออก แจกจ่ายไปเรื่อยๆ การเอาเข้าส่วนมากจึงเป็นของกิน เพราะยังชอบของกินเล่นอยู่

บน ล่าง รถเมล์มาส่งแถวนี้ คนขับใจดีชี้ทางให้ด้วย ปีนี้ปีมะเมีย ก็เลยมีม้ามงคลตัวใหญ่ ขบวนยาวลอยอยู่กลางถนน
 
ล่าง นี่มาแถวร้านใน china town ตลอดย่านขายโคม มั้า กบ ปลาห้อยยาวเป็นพวงสีแดงมงคล  มีสับปะรดกระดาษลูกโตๆแขวนขายเยอะแยะ คนก็มาเดินซื้อกันมากพอควร
 

 
 
ล่าง เดินผ่านไปก็เดินถอยหลังกลับมา เพราะที่เห็นคือหัวมันเผา ขายโดยชั่ง  100 กรัม 1.30 SGD (1 SGD=30 บาท) ขายเป็นล่ำเป็นสันดี
 


บน นี่ล่ะร้านที่ขายดีมาก ซื้อเสร็จใส่ซองอย่างดี pack เรียบร้อย (พรุ่งนี้ค่อยถ่ายรูปมาใส่เพิ่ม) ขายอย่างต่ำที่ 3 ขีดประมาณ 16-20 SGD
 
ล่าง เห็นถนนนี่ก็ลองเดินไปดู โชคดีไปเจอร้านอาหาร ขนม ที่ขึ้นชื่อในย่านนี้อีก
 
พรุ่งนี้มาเขียนต่อ


 

วันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2557

พระธรรมวิมลโมลี ไปวัดอานันทเมตยาราม (WATANANDA METYARAMA)


 
เมื่อวันที่ 4 มกราคมนี้ พระธรรมวิมลโมลีได้เดินทางไปร่วมงานพิธีฉลอง เปิดอาคารเอนกประสงค์ ณ วัดอนันทเมตยาราม ประเทศสิงคโปร์ ปัจจุบันพระเทพสิทธิวิเทศ เป็นเจ้าอาวาสและเป็น ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในประเทศสิงคโปร์ด้วย งานนี้มีพระเถระที่ได้รับนิมนต์ให้ไปสวดมนต์ 99 รูปโดยพระพรหมสุธี เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานประกอบพิธีเปิดอาคารดังกล่าว
 
 อาคารใหม่
 

โดยภายในอาคารที่สร้างใหม่มูลค่าก่อสร้างประมาณ 137 ล้านบาทมีห้องฝึกสมาธิ และหอสวดมนต์ ห้องแสดงพระประวัติขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และที่พักของพระสงฆ์ อาคารดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนวัดอานัทเมตยารามในการเผยแพร่พระพุทธ ศาสนาทั้งแก่ชาวไทย ชาวสิงคโปร์และชาวต่างชาติอื่นๆ ด้วย (รูป) อย่าไปแปลกใจกับลักษณะของอาคารที่รูปลักษณ์ทันสมัยไปหน่อย
 บน ด้านหน้าโบสถ์ (รูปหล่ออดีตเจ้าอาวาส รูปแรก)
 
งานนี้คณะเดินทางกลุ่มเล็กๆประกอบด้วยพระธรรมวิมลโมลี พระเทพพิพัฒนาภรณ์ จจ.สฎ พระครูศรัทธาโสภิต พระครูอุดมเขตตาภิวัฒน์ คุณประมวล link และ meepole ปรากฎว่าถึงสนามบินก็เจออีกคณะจากนครศรีธรรมราช ลพ.วัดแจ้ง และพระติดตามอีก 2 รูป ก็เลยไปด้วยกันอีก ตอนตรวจที่ด่านสิงคโปร์ก็เข้มงวดพอควร พระท่านเลยต้องถอดพระเครื่องออกให้ตรวจซ้ำ มีถามโน่นนี่ เราก็ตอบแทนก็ผ่านมีแอบกังวล ถ้ายึดพระเครื่อง ของขลังล่ะก็ ฮึ่ม!! ของเราแขวนเต็มคอเครื่องสแกนไม่ดัง หุหุ น้ำชาก็เต็มกระติกในกระเป๋าสะพาย ไปถึงสนามบินชางฮี สิงคโปร์ตอนบ่ายโมง เมื่อไปถึงก็ขัดข้องเล็กน้อยเพราะไม่เจอพระ/คนที่จะมารับ รอและเดินหาพอควร ในที่สุดก็โทรตรวจสอบ เราไปแลกเงินเตรียมนั่งแท็กซี่ แต่ในที่สุดพระที่วัดอนันฯก็เอารถตู้มารับ เกิดความเข้าใจผิดเรื่องเที่ยวบิน เพราะทางนั้นมีรายชื่อว่าคณะเราจะมาถึงตอนบ่ายสามเศษ สรุปว่ารอที่สนามบินได้ชั่วโมงพอดี รถพาไปส่งที่Copthorne King’s Hotel มีพระท่านรอรับที่นั่นแล้ว แจกจ่ายบัตรห้อยคอพรุ่งนี้ตอนเข้าในพิธี

กำหนดการทราบว่าจะมีพระท่านผลัดเปลี่ยนไปสวดเป็นรอบๆ ทั้งคืน คืนแรกคณะเรามีพระเทพพิพัฒนาภรณ์ ไปสวดรอบสามทุ่ม พระอาจารย์สวดวันรุ่งขึ้นช่วงเช้า พระอาจารย์เลยได้พักผ่อน เดินเจอพระจากไทยเต็มไปหมด ไม่รู้เหมือนกันจากใต้หวัน พม่า ธิเบต ท่านไปพักที่ไหนเพราะไม่เจอเลย
 
ล่าง พระธรรมวิมลโมลี กราบพระเทพสิทธิวิเทศ เจ้าอาวาส

 

ตอนเช้ามีรถเวียนมารับ แต่เรานั่งแท็กซี่ไปประมาณ 15 นาที 4.20 SGD ตอนไปนี่ก็ 1 SGD=29-30 bht

ถึงวัดก็มีคนมาพอควร พระมาแล้ว พระอาจารย์ไปกราบท่านเจ้าอาวาสก่อน จากนั้นก็สนทนากับพระทั้งหลายที่ไปเจอกัน รอเวลาสวดมนต์ การสวดมีหลายรอบและจากทั้งมหายาน (พระจีน) เถรวาท วัชรญาน (สายธิเบต)จากหลายประเทศ (รูป)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
โบสถ์ค่อนข้างเล็กดังนั้น ก็มีคนของวัดคอยกันคน จึงจำกัดปริมาณคนเข้า ตอนแรกเกือบไม่ได้เข้าแต่เห็นเรามีป้ายแขวนเลยได้เข้า โชคดีไป

สวดมนต์เสร็จพระฉันเพล พระผู้ใหญ่จัดที่เฉพาะไว้ 2 โต๊ะ ในกุฏิเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นสำนักงานด้วย

อาหารก็มีทั้งไทย จีนครบ เพราะคนไทยมาปรุงอาหาร เอาอาหารมา และแน่นอนมีขนมจีน น้ำยา ด้วยแต่ meepole ไม่ได้เดินดูอาหารตามจุดต่างๆที่วางไว้ให้คนที่มาร่วมงานได้ทานกันว่ามีอะไรบ้าง

ฉันเพลเสร็จก็รอเวลาทำพิธีเปิดตอนบ่ายโมง ซึ่งพิธีเปิด meepole ไม่ได้ไปดู นั่งรอที่สำนักงานส่วน link ไปกับพระอาจารย์ ถ่ายรูปมามีเต้นสิงโตตามธรรมเนียม..มีเรื่องหวาดเสียวตื่นเต้นเล็กน้อยเมื่อคนเต้นสิงโตตกหล่นลงมาแต่ไม่บาดเจ็บมากนัก
 
 
ล่าง ผู้นำทางศาสนาของแต่ละฝ่ายได้รับเชิญ/นิมนต์มาสวดอำนวยพรพร้อมกัน แต่ต่างท่านต่างสวดของตนเอง
 
ล่าง ฝ่ายสงฆ์และฆราวาส ตัดริบบิ้นเปิดงาน

 
บน ล่าง มีรำไทย และคณะสิงโตแสดงในพิธีเปิด
 
 

เช้าวันรุ่งขึ้นฉันภัตตาหารเช้า มีการนำเที่ยวไปวัดต่างๆ แต่คณะนี้ไปไม่ได้เพราะต้องเตรียมกลับ เที่ยวออกเดินทางกลับไทย โดนตรวจเหมือนเดิม แต่คราวนี้ไม่ถึงกับต้องถอดพระเครื่องทุกชิ้นเหมือนตอนขาเข้า
 
 
บน เจ้าคุณพล พระธรรมวิมลโมลี และพระธรรมรัตนดิลก 
 
 
ที่สนามบินชางฮี