วันเสาร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2557

พระธรรมวิมลโมลี: มังคลายุ 5 รอบ (2)



(ต่อ) ...ส่วนวันที่สองก็จัดงานที่วัดไตรธรรมาราม เริ่มจากการตักบาตรพระภิกษุสงฆ์จำนวน 61 รูป โดยพระธรรมวิมลโมลีเป็นผู้ตักบาตรก่อน จากนั้นก็ให้ลูกศิษย์ช่วยกันตักบาตร พระสงฆ์ผู้ว่าราชการจังหวัดมาอ่านพระบรมราชโองการเลื่อนสมณศักดิ์ และมีข้าราชการผู้ใหญ่มาร่วมงานมากมาย พระภิกษุที่มาร่วมฉันเพลพระอาจารย์ก็ถวายปัจจัยทุกรูป ให้ทุนการศึกษาแก่พระภิกษุ สามเณร มีการแต่งตั้งพระฐานาฯ 4 ตำแหน่ง 4  รูป ถวายภัตตาหารเพลพระภิกษุสงฆ์ ส่วนฝ่ายฆราวาสร่วมใจจัดซุ้มเลี้ยงอาหารชาวบ้านที่มาร่วมงานเต็มที่ งานนี้ได้ทั้งทำบุญ และทำทาน




งานนี้มีพระเถรานุเถระจากทุกภาค ทั้งภาคเหนือ กลาง ตะวันออก ใต้ มาร่วม มีทั้งพระอาจารย์ของท่านคือ พระธรรมกิตติวงศ์ (สอนตอนเรียน ปธ.๘ ) นิมนต์พระเพื่อนที่ร่วมเรียนปธ.๙ เจ้าคุณเทียบ (วัดพระเชตุพน) และอื่นๆที่สนิทสนมมากทั้งสิ้น..........



เตรียมรอตักบาตร

 
 

 
บน: คณะศิษย์ อุบาสิกา ช่วยกันจัดเตรียมอาหารตักบาตร /บาตรที่เตรียมถวายพระ

 
 
บน: ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่านคำประกาศเลื่อนสมณศักดิ๋
บน: พระธรรมกิตติวงศ์ วัดราชโอรส (ซ้าย)/ พระธรรมปริยัติเวที เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร
 


บน พระเทพพิพัฒนาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถวายผ้าไตรและย่ามที่ระลึก
 
 






 
 


ล่าง พระฐานาฯของพระธรรมวิมลโมลีที่ได้รับการแต่งตั้ง

 
 
 
ล่าง พระธรรมวิมลโมลีแจกทุนการศึกษาแก่พระภิกษุ สามเณร


 
 

 

(มีรูปอีกมาก แต่คัดเลือกมาลงไว้โดยย่อ)

งานบุญครั้งนี้ผ่านไปด้วยดี ท่ามกลางความ ปิติ อิ่มบุญ ของทุกฝ่าย ขอให้ท่านที่ได้เข้ามาอ่าน โปรดได้อนุโมทนาบุญร่วมกัน

 มีข่าวอ่านได้ที่นี่...http://thainews.prd.go.th/CenterWeb/News/NewsDetail?NT01_NewsID=TNSOC5701030010105 
 
 
 

พระธรรมวิมลโมลี: มังคลายุ 5 รอบ (1)

มังคลายุครบ 5 รอบพระธรรมวิมลโมลี (สงคราม อสิญาโณ): บำเพ็ญกุศลถวายพระอุปัชฌาย์และอตีตเจ้าอาวาส/ และบุพการี

ศาลาบูรพาจารย์
 
ปีนี้เป็นโอกาสมงคลที่พระเทพสุธีได้รับเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ในราชทินนาม ที่ พระธรรมวิมลโมลี และอายุครบ 60 ปี พรรษา 40 คณะศิษย์ทั้งบรรพชิต และฆราวาสจึงได้ร่วมกันจัดงานเพื่อเป็นการแสดงความเคารพสักการะ และพระอาจารย์เองได้ถือเอาโอกาสนี้บำเพ็ญกุศล ได้จัดเตรียมหล่อพระนาคปรก (งดงามมาก) เป็นการเฉพาะเพื่อถวายสักการะแด่พระเถระที่นิมนต์มาในงานนี้จำนวน 22 องค์  โดยความเมตตาของพระพิพิธพัฒนาทรในการจัดการและปิดทององค์พระ

งานนี้ได้รับความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจจากคณะสงฆ์ทั้งในเขตปกครองและนอกเหนือ ได้เตรียมการมาเป็นเดือน เพื่อให้งานมงคลนี้ครบถ้วน งานนี้แบ่งเป็นสองวัน วันแรกเป็นการทำบุญอุทิศแด่พระอุปฌาย์ และอดีตเจ้าอาวาสวัดที่ท่านบรรพชา/ อุปสมบท และทำบุญอุทิศให้โยมพ่อ แม่ (ที่ท่านทำเป็นประจำเสมอมา) ที่นครศรีธรรมราช

 

บน: กราบพระอุปัชฌาย์และอดีตเจ้าอาวาส
 
 
 
  
 
 

บน ล่าง : พระอาจารย์มอบให้คุณครูคนแรกของท่าน (อายุ 80 เศษแต่แข็งแรง) เป็นผู้แจกทุนการศึกษาให้นักเรียนโรงเรียนบ้านสะพานหัน ซึ่งเป็นโรงเรียนที่พระอาจารย์เคยเรียนสมัยชั้นประถม
 

 อาหารมากมาย อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มบุญ
 
 


 
 บน เด็กนักเรียนรร.บ้านสะพานหันมาเล่นอังกะลุง น่ารักดี เป็นธรรมชาติ
 

 
ระหว่างพระฉันภัตตาหาร ก็แจกของที่ระลึก
 
งานวันที่สองที่วัดไตรธรรมมาราม (ตอนหน้าต่อ)

วันศุกร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2557

ปีเก่า ..ปีใหม่ 2557


 
ปีเก่าผ่านไปหลายๆคนคงได้ทบทวนว่าเราได้ทำอะไรไว้บ้าง  และบางคนอาจไม่ได้สนใจสิ่งที่ผ่านไปนัก แต่จะตั้งเป้าหมายชีวิตไปข้างหน้าว่าจะทำอะไรในปีใหม่  จะทำกำไรเท่าไร  จะไปเที่ยวไหน จะ.....แล้วแต่กิเลสที่นำไป

สำหรับ meepole เป้าหมายที่จะทำนั้นไม่มีอะไรแตกต่างเพราะเส้นทางชีวิตได้ตั้งเข็มทิศที่แน่นอนไว้แล้ว จึงไม่มีอะไรที่ต้องแสวงหา สงบ เย็น เป็นประโยชน์แก่สังคมในเส้นทางแห่งธรรมเพียงแต่ต้องย้อนกลับไปดูในปีที่ผ่านไปว่าสิ่งที่ตั้งใจที่จะทำ ได้ทำหรือไม่ มีอะไรเป็นเครื่องกีดกั้นการกระทำบ้าง มีอะไรที่ต้องแก้ไข ปรับปรุงเพื่อให้ตัวเองสามารถไปสู่เส้นทางที่วางไว้

เหมือนทุกปีที่ meepole จะบันทึกสิ่งที่ทำนอกเหนือจากงานในหน้าที่คือสอนและให้ความรู้แก่นักศึกษาด้วยความรับผิดชอบในส่วนที่ทำได้ เด็กรุ่นหลังจะมีความแตกต่างจากรุ่นในอดีตมาก ด้วยความเจริญทางเทคโนโลยี ภาระทางเศรษฐกิจของครอบครัวพวกเขา และสิ่งแวดล้อมเขาตั้งแต่เด็กทำให้พวกเขาโตมามีลักษณะของความกระด้างมากขึ้น เห็นแก่ตัวเองมากขึ้น ขาดความมานะ ศีลธรรมบกพร่อง ความละอาย แยกแยะถูกผิด น้อยลง....

ในส่วนของสังคมก็เหมือนเดิมทำตัวให้ไม่มีตัวตน จึงทำให้สามารถมองเห็นอะไรในสังคมได้มากขึ้น ชัดเจนขึ้น เห็นกิเลสที่วนเวียนไม่สิ้นสุด เห็นคนมากมายที่ติดอยู่ในเขาวงกตกิเลสนั้น หลายคนในปีที่แล้วมีความทุกข์ เราก็ได้บอกทางออกให้ แต่ส่วนมากเดินมาได้ครึ่งทางก็ติดหลงกับกิเลสเกียรติยศ หน้าตาทางสังคมก็หลุดออกมาไม่ได้ ส่วนมากเป็นเช่นนี้ กลัวการเป็น nobody หารู้ไม่ว่าหากใครก็ตามที่สามารถหลุดจากกับดักนี้ได้ชีวิตจะสงบ ละวางตัวตนได้ จะเย็นสบาย แล้วก็จะสามารถทำสิ่งต่างๆที่เป็นประโยชน์ ถูกต้อง และบริสุทธิ์

ปีที่แล้วเริ่มปีใหม่ meepole ได้เตรียมของต่างๆ ถวายพระ  xx,xxx  ถวายพระในโอกาสต่างๆ xx,xxx  ร่วมทำบุญในทุกโอกาสที่มีทั้งภัตตาหาร หนังสือเรียนบาลี ปานะ  ถวายการตรวจสุขภาพพระ xx,xxx ถวายซือฝู x,xxx  ร่วมบุญกับพระอาจารย์ในการถวาย/ ช่วยเหลือ กิจกรรมต่างๆของคณะสงฆ์  (..) ร่วมสร้างกำแพงวัด xx,xxx ร่วมสร้างกุฎิสงฆ์หลังใหม่ xxx,xxx ทำบุญร่วมสร้างพระมหาเจดีย์ฯ ที่ปัตตานี xx,xxx  ให้เงินร่วมเลี้ยงคนไข้รพ.สราญรมย์ที่มักจะไม่ค่อยมีญาติๆมานัก x,xxx ทำทาน และให้เพื่อนที่ลำบาก xx,xxx ช่วยชีวิตสัตว์หลายชนิด ผู้ที่เข้ามาอ่านโปรดได้อนุโมทนา สาธุร่วมกัน ขอให้เป็นผู้มีสุขภาพกายแข็งแรง และเจริญในธรรม

ปีที่แล้วได้เป็นปีที่สูญเสียคนดีๆ ในชีวิต meepole ไปหลายรูป/คน หลวงพ่อสะอิ้ง ท่านเจ้าคุณรุ่น ที่เสียใจมาก  น้าแดง  อจ.เนติภรณ์  ส่วนคุณครูอำพน ครบปี ซาบูลูกชาย ครบ 1 ปี

ปีที่ผ่านมาเหมือนทุกปีที่มีเรื่องดีๆเป็นมงคลเข้ามา สุขภาพกายและใจเป็นปกติ (เป็นสิ่งปรารถนาของทุกคน) มีเรื่องวิบากกรรมของแม่มากระทบแต่ก็ไม่กระเทือนอะไร แคล้วคลาดทุกเรื่องเพราะเส้นทางแห่งกุศลที่ได้สร้างไว้เป็นเกราะคุ้มครองที่ดีเสมอ กลับเป็นสิ่งดีที่ทำให้เรามั่นใจในเส้นทางบุญมากขึ้น เป็นโอกาสใช้ฝึกตนให้ดี ฝึกจิตให้ถูกต้องได้มากขึ้นเรื่อยๆ ต้องขอบคุณมาร “สุขเกษม” ที่มาช่วย มารไม่มี บารมีไม่เกิด นี้เป็นจริง ไม่มีใครรู้ได้ อันนี้ต้องได้เผชิญเอง เพียงแต่เราต้องรู้จักแผ่เมตตาให้พวกเขามากขึ้น ให้อภัย และอุเบกขา เพราะกรรมที่พวกเขาต้องได้รับนั้นไม่มีใครช่วยได้ ลพ.บอกว่าใครก็ตามที่เป็นอุปสรรคขวางการสร้างมหากุศล กรรมที่จะรับนั้นหนักนัก และส่งต่อไปยังลูกหลานอีก ไม่มีใครช่วยเขาได้เพราะกรรมนั้นใครเป็นผู้ก่อ ผู้นั้นจักต้องเป็นผู้หยุดต่อกรรมนั้นเอง
"..อะไรก็ตามที่เราหันมาเป็นมิตรได้ สิ่งนั้นจะคลายพิษสงลง และอาจกลายมาเป็นคุณแก่เราด้วยซ้ำ จึงไม่ต้องแปลกใจที่ครูบาอาจารย์ หลายท่านย้ำนักย้ำหนาว่า พบทุกข์ก็เห็นธรรม.."

ขอบคุณบารมีพระพุทธองค์ พระธรรม พระสงฆ์ที่ได้สอนสั่ง และสิ่งดีๆทั้งหลาย  ที่ได้นำให้เราพบแต่สิ่งดีๆ มงคลทั้งหลายเข้ามาในชีวิต ไม่ว่าจะมาในรูปของอะไร ก็ทำให้ชีวิตได้อยู่เย็น มีสุขที่สงบ และมีจิตที่มั่นคงในธรรม และจะฝึกฝนตนเองให้ดีขึ้นโดยเฉพาะ ฝึกเมตตาที่ไม่มีเงื่อนไข ซึ่งเรายังบกพร่องอยู่ ปากที่ยังคงฉับไว ปีใหม่และปีต่อๆไปจะฝึกตนให้เป็นผู้เจริญในธรรมมากขึ้น ฝึกสติให้รู้ทันมากขึ้น ให้สมกับชาติภพที่ได้โอกาสเกิดเป็น มนุษย์

"...บุญกุศลที่โยมได้ทำไว้มีมากมายที่ควรจะภาคภูมิใจ ไม่ว่าจะสร้างพระไตรปิฎก สร้างศาลา สร้างห้องน้ำ สร้างกุฏิให้แก่พระสงฆ์ ทั้งหมดนี้เป็นบุญกุศลที่มีอานิสงส์มาก บุญเหล่านั้นไม่ไปไหน แต่อยู่ที่ใจของโยมแล้วล่ะ อยู่ที่ใจถ้าไม่นึกถึงก็มีประโยชน์น้อยลง ก็ขอให้นึกถึงบุญกุศลไว้ด้วย จะช่วยให้โยมมีความมั่นใจ จะไม่กลัวว่าข้างหน้าจะมีอะไร เพราะว่าบุญกุศลนี้แหละที่รอเราอยู่ข้างหน้า พระพุทธเจ้าตรัสว่าบุญกุศลเหมือนกับญาติพี่น้องที่เราจากไป เวลาเรากลับไปหาญาติพี่น้อง ญาติพี่น้องก็ต้อนรับด้วยความดีใจที่เราได้กลับมา บุญกุศลก็คอยต้อนรับเราอย่างนั้นเหมือนกัน เพราะฉะนั้นโยมไม่ต้องกลัวข้างหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะข้างหน้ามีบุญกุศลคอยรับรองต้อนรับอยู่ ขอให้โยมมั่นใจในความดีที่ได้ทำไว้ ความมั่นใจจะทำให้โยมไม่มีอะไรต้องกลัวข้างหน้า......." พระไพศาล วิสาโล

วันจันทร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2556

เข็มทิศ ทางชีวิต


ทางชีวิต


ทุกปีตั้งแต่เขียนบันทึกใน blog นี้เมื่อครบปีจะมีการทบทวนบันทึกสิ่งดีๆที่ได้ทำไป และสิ่งไม่ดีที่ได้ทำไปเพื่อทบทวนตัวเอง อะไรที่ไม่ดีจะพยายามปรับปรุง แต่บางเรื่องที่ยังแก้ไม่ได้เพราะไม่ถึงเวลา และยังต้องทำ แต่ทำอย่างมีสติ ก็จะยังคงต้องทำ..อะไรที่ดีก็ทำดีไปเรื่อย ๆ เพราะชีวิตต้องดำเนินไปด้วยความไม่ประมาท และเป็นประโยชน์  ทุกคนมีเป้าหมายชีวิตของตนเองที่ไม่เหมือนกัน และในบางช่วงชีวิตอาจมีการหมุนเข็มทิศให้เบนออกไปบ้างตามสภาพแวดล้อม สำหรับ meepole เกือบสิบปีมาแล้วที่เข็มทิศชีวิตที่ตั้งไว้ไม่เปลี่ยน และไม่คิดว่าจะต้องเบี่ยงเบนไปทางไหน เส้นทางสงบ เย็น เป็นประโยชน์ เป็นเป้าหมายที่เดินไป โดยใช้สติเป็นตัวกำกับ เส้นทางนี้ทำให้ชีวิตสงบ แม้บางขณะมีมารมาผจญ แต่นั่นเป็นสิ่งที่ซือฝูบอกว่ามันคือ “คู่บารมี” ที่ส่งมาเพื่อให้เราได้ฝึก ประเภท “มารไม่มีบารมีไม่เกิด” ว่างั้นเถอะ หุหุ บางเรื่องเราก็เข้าใจว่าเป็นเพียงวิบากกรรมหรือเศษกรรมที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อ เราจึงไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับการกระทำของมาร “สุขเกษม” ที่มาผจญนัก นอกจากบางครั้งที่รู้สึกเห็นใจพวกเขาว่าช่างขยันก่อกรรมและต่อกรรมให้ทั้งตัวเขาเองและลูกของเขาเพราะเขาขวางทางบุญใหญ่ แม้ว่าจะทำไม่สำเร็จ แต่กรรมที่เขาก่อโดยที่เราไม่มีจิตที่รู้สึกโกรธเขา แต่สงสารพวกเขาที่ชีวิตพวกเขาอยู่ในกองกิเลส แล้วมันสะท้อนกลับไปยังผู้นั้นตลอดเวลาอนาคตของพวกเขาถูกกรรมกำหนดโดยกรรมที่พวกเขาเคยก่อไว้กับแม่ จะส่งต่อไปยังลูกเขา หลวงพ่อในป่าบอกไว้ว่า “อนาคตข้างหน้าของพวกเขาน่าสงสารนัก เมื่อถึงเวลานั้นอกุศลกรรมจะจัดสรรทุกอย่างเอง ...” เพียงแค่คิดก็หนาวแทน

ในชีวิตของทุกคนย่อมมี มาร คืออุปสรรคต่างๆ มาให้เราต้องสะดุดเสมอ ขอเพียงเรามีความตั้งใจ แน่วแน่ ที่จะดำเนินชีวิตไปในทางที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ทำสิ่งถูกต้อง มีธรรมะเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ จะไม่มีอะไรมาทำอะไรได้เลย พยายามประคองจิตใจให้ดำเนินชีวิตไปอย่างปกติสุขทุกวัน มีสิ่งมากระทบ ก็จะไม่กระเทือน รับทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตอย่างเป็นปกติ ยิ่งหากได้มีเวลาฝึกจิตให้วาง และว่าง ก็จะเป็นผู้ที่ประคองสติให้รู้ตัว รู้เท่าทันและเผชิญกับทุกปัญหาที่เข้ามาอย่างไม่ทุกข์ เพราะจริงๆไม่มีใครทำอะไรเราได้ ตราบเท่าที่เราไม่ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่มีอะไรในโลกนี้ในการที่ได้เกิดมาเป็น คน/มนุษย์จะสำคัญมากไปกว่าการทำตัวเองให้ดี ทำสิ่งที่ดี และถ่ายทอดความดี แค่นี้ก็คุ้มค่า แต่หากเกิดมาเพื่อเบียดเบียนเอาแต่ คิด/ทำแต่สิ่งชั่ว ถ่ายทอดเรื่องชั่วไปยังรุ่นลูก อันนี้ก็น่าสมเพช/น่าสงสารที่ได้เกิดมาเป็นคนเฉพาะร่างกาย ..จริงๆแล้วคนได้ชื่อว่าประเสริฐกว่าสัตว์เดรัจฉานก็เพราะเรารู้ผิดชอบชั่วดี มีความละอาย สามารถที่จะฝึกตนให้สู่เส้นทางที่มีธรรมะเป็นที่ยึดเหนี่ยวและประคองชีวิต



ปีใหม่นี้ก็ได้แต่หวังว่า ชีวิตที่เหลือของแต่ละคน ไม่ว่าจะมากหรือน้อย คงตั้งเข็มทิศชีวิตที่เหลืออยู่ไปในเส้นทางที่ถูกต้อง เพื่อให้ชีวิตที่ดำเนินไปจะได้มีระหว่างทาง/ปลายทางที่ สุข สงบเย็น เป็นประโยชน์ คุ้มค่าที่เกิดเป็นสัตว์ประเสริฐจริงๆ